เมนูอร่อยประจำฤดูหนาว: สลัดดอกกะหล่ำกับพริกและหัวหอม
ดอกกะหล่ำไม่ค่อยนิยมนำมาใช้ในแยมฤดูหนาวเท่ากะหล่ำปลีขาว แต่ก็ยังมีสูตรอาหารที่น่าสนใจอีกมากมาย เข้ากันได้ดีกับผักชนิดอื่นๆ แถมยังอร่อยและกรุบกรอบอีกด้วย คุณสามารถหมักช่อดอก ดองกับแครอทและสมุนไพร หรือต้มแล้วใส่ลงในสลัดก็ได้
สลัดดอกกะหล่ำฤดูหนาวกับพริกหวานและหัวหอมนี้อร่อยเด็ด สีสันสดใส กรุบกรอบ เข้ากันได้ดีกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยเย็นๆ แสนอร่อย สูตรนี้พร้อมภาพประกอบขั้นตอนและคำแนะนำอย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่เตรียมสลัดนี้ไว้กินในช่วงฤดูหนาว ลวกดอกกะหล่ำในน้ำเดือดจนสุกครึ่งหนึ่ง จากนั้นนำไปผสมกับพริกหวานและหัวหอม เติมน้ำหมัก แล้วนำไปฆ่าเชื้อ
วัตถุดิบ:
- ดอกกะหล่ำ – 700 กรัม;
- หัวหอม – 150 กรัม;
- พริกหวาน – 250 กรัม;
- พริกไทยจาไมก้าและพริกไทยดำอย่างละ 5-6 ถั่ว
- ใบกระวาน 2 ใบ;
- น้ำ – 500 มล.;
- น้ำตาล – 4 ช้อนโต๊ะ;
- เกลือ – 1 ช้อนโต๊ะพูน;
- น้ำส้มสายชูความเข้มข้น 9% – 70 มล.
- น้ำมันพืช – 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีเตรียมสลัดดอกกะหล่ำสำหรับฤดูหนาว
แยกหัวกะหล่ำดอกออกเป็นช่อเล็กๆ ตัดก้านยาวออก ล้างดอกกะหล่ำดอก หากมีจุดดำให้ตัดออกเหลือแต่เนื้อสีอ่อน
ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ใส่กะหล่ำปลีทีละหัว ต้มจนน้ำเดือดอีกครั้ง ลวกประมาณสองนาที อย่าเคี่ยวนานเกินไป เพราะกะหล่ำปลีจะสุกเกินไปและเนื้อจะเสีย ใช้กระชอนมีรูตักขึ้นใส่ในหม้อใบต่อไป
เตรียมผักที่เหลือ หั่นหัวหอมเป็นเส้นบางๆ หรือเป็นวงครึ่งวง เด็ดเมล็ดและแกนออกจากพริกหยวก แล้วหั่นเป็นเส้นกว้างๆ
ในชามหรือกระทะลึก ผสมดอกกะหล่ำ หัวหอม และพริกหยวกเข้าด้วยกัน
สำหรับการเตรียมอาหารนี้ ควรใช้ขวดโหลขนาดไม่เกิน 0.5 ลิตร วางพริกไทยดำและใบกระวานไว้ที่ก้นขวด เติมผักลงในขวดโหล เขย่าเป็นครั้งคราวเพื่อให้แน่ใจว่าผักแน่นสนิท เติมน้ำมันพืชสองช้อนโต๊ะลงไป
ต้มน้ำสำหรับหมัก พอน้ำเดือด ใส่เกลือ น้ำตาล และน้ำส้มสายชู คนให้เข้ากัน เทน้ำหมักเดือดลงในขวดกะหล่ำปลี เติมน้ำให้เต็มจนล้น
วางผ้าหรือผ้าขนหนูผืนหนาที่ก้นหม้อทรงสูงกว้าง วางขวดโหลที่มีกะหล่ำปลีอยู่ข้างใน เติมน้ำให้เกือบถึงไหล่ขวดโหล (ตรงที่ขวดโหลเริ่มแคบลง) ปิดฝาขวดโหล แต่อย่าปิดแน่น ต้มน้ำให้เดือดด้วยไฟแรง ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ฆ่าเชื้อขวดโหลขนาดครึ่งลิตรเป็นเวลาสิบนาที
จับก้นขวดอย่างระมัดระวัง แล้วนำขวดออกมา ปิดฝาให้แน่นทันทีด้วยฝาเดิม จากนั้นคว่ำขวดลงหรือนอนตะแคงแล้วห่อด้วยผ้าห่ม ทิ้งไว้แบบนี้จนเย็นสนิท จากนั้นนำไปเก็บไว้ในห้องใต้ดิน ห้องเก็บไวน์ หรือห้องเก็บอาหาร ขอให้สนุกกับการทำขนมนะคะ!
